Radio&TV online

tvonline5

callenda

ลงชื่อเข้าใช้งาน



สมาชิก : 218
Content : 119
เว็บลิงก์ : 39
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1186106

forAdmin

TheDiamon2559

editใบเสนอชื่อศิษย์เก่าดีเด่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน"เพชรน้ำหนึ่ง"ประจำปี2559 new

editผลการคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน"เพชรน้ำหนึ่ง"ประจำปี2559 new

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ว่าที่ร้อยตรีประพันธ์  คชประดิษฐ์  นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงานชำนาญการพิเศษ

con tel เบอร์หน่วยงาน 02-245-4360

con mobileเบอร์โทร. 061-858-2727

dsdsinature2559

CBTCurr

ตารางแสดงหลักสูตรการฝึกตามความสามารถ(CBC) ประจำปีงบประมาณ 2558new

ลำดับ รหัส ชื่อหลักสูตร จำนวนโมดูล ระยะเวลาฝึก
1  0920162070201 การอาร์กโลหะด้วยมือ ระดับ1 19 30 ชั่วโมง
 2  0920162070301 การเชื่อมแม็กเหล็กหนา ระดับ1 9 30 ชั่วโมง
 3  0920162070801 การตัดเหล็กกล้าคาร์บอนด้วยแก๊ส 12 30 ชั่วโมง
 4 0920164210101 การตรวจซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์ ระดับ1 30 30 ชั่วโมง
5 0920164210103

การตรวจซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์ ระดับ2

14 60 ชั่วโมง
 6 0920163100201 การซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ระดับ1 14 6 ชั่วโมง
 7 0920163100301  การซ่อมบำรุงไฟฟ้าในรถยนต์ ระดับ1 13 6 ชั่วโมง
8 0920163100401 การซ่อมบำรุงเครื่องล่างและส่งกำลัง ระดับ1 22 10 ชั่วโมง

PPTIcon สื่อการฝึก สาขา การตรวจซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์ ระดับ 1 (0920164210101) new

ลำดับ รหัสโมดูล โมดูล สื่อการฝึก ดาวน์โหลด
1  09221101 ความปลอดภัยในงานซ่อมคอมพิวเตอร์ PPTIcon download
 2  09221201 ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ PPTIcon download
 3  09221202 การตรวจสอบสภาพและการใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ในการซ่อมคอมพิวเตอร์ PPTIcon download
 4 09221301 การติดตั้งหน่วยประมวลผลกลาง PPTIcon download
 5 09221302 การติดตั้งหน่วยความจำหลัก PPTIcon download
6 09221303

การติดตั้งภาคจ่ายไฟ

PPTIcon download
 7 09221304 การติดตั้งแผงวงจรหลักกับตัวถังเครื่อง PPTIcon download
 8  09221305 การต่อสาย Front Panel ของเครื่องคอมพิวเตอร์  PPTIcon  download
 9 09221306 การติดตั้งฮาร์ดดิสก์ ติดตั้งซีดีรอม ไดร์ฟ PPTIcon download
10 09221307 การติดตั้งแผงวงจรแสดงผล (VGA Card) PPTIcon download
 11 09221308 การติดตั้งแผงวงจรเครือข่ายไร้สาย(Wireless Card) PPTIcon download
 12 09221309 การติดตั้งแผงวงจรเสียง (Sound Card) PPTIcon download
13 09221310 การเดินสายสัญญาณ และสายกำลังไฟต่างๆ PPTIcon download
 14 09221311 การตั้งค่าไบออส (BIOS Setup) PPTIcon download

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่เว็บไซต์ tss.dsd.go.th

กรุณา Login

ชื่อผู้ใช้งาน: tss.teacher

รหัสผ่าน: tss.teacher

 

Augmented Reality : AR & Virsual Reality : VR

นวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนในอนาคต

learnforknow

Ebook

Deleloping and Managing of Modern TVET Institutions : workshop2: Curriculum Design and Development in TVET  2-10 july 2012

เอกสาร คู่มือ เกี่ยวกับระบบการฝึกตามความสามารถ(CBT)

newspaper_icon01 news_trainingsystem
งานวิจัยด้านการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พิมพ์ อีเมล
งานวิจัยทางการศึกษา
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 30 กันยายน 2009 เวลา 15:08 น.

researchหัวข้อวิทยานิพนธ์  การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์

The Development of Computer Assisted Instruction on Kumkuabklam for Prathomsuksa 5 Students of Thainiyomsongkroa School

 

ชื่อผู้วิจัย                นายคมธัช  รัตนคช

หลักสูตร                ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต

สาขา                     เทคโนโลยีการศึกษา

สถาบัน                  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  

บทคัดย่อ 

               การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ให้ได้ตามเกณฑ์ 80/80 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ก่อนและหลังจากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ

                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์   สำนักงานเขตบางเขน  กรุงเทพฯ   ปีการศึกษา 2551 จำนวน 1 ห้องเรียนสำหรับทดลอง จำนวน 30 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่มและวิธีการสุ่มอย่างง่าย  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้  ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test

 

                ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีประสิทธิภาพ 80.75/80.67 และ 2) คะแนนทดสอบของกลุ่มตัวอย่างหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Abstract

             The purposes of this research were as follow: 1) to develop the Computer –assisted Instruction on Kumkuabklam for Prathomsuksa 5 Students of Thainiyomsongkroa School according to the intended 80/80 criteria of efficiency, and 2)
 to compare the pre-test and post-test score after learning through Computer-assisted Instruction on Kumkuabklam for Prathomsuksa 5  Students of Thainiyomsongkroa School.

             The samples of this research were 30 students drawn by cluster sampling and simple random sampling from Prathomsuksa 5 Students of Thainiyomsongkroa School , Bangkhen, Bangkok Metropolitan Administration. The tools of this research were Computer-assisted Instruction on Kumkuabklam for Prathomsuksa 5 Students, pre-test and post-test items. The data were analyzed by using mean, standard deviation and t-test.

            The research results showed that: 1) the  efficiency of Computer-assisted Instruction on Kumkuabklam for Prathomsuksa 5 Students of Thainiyomsongkroa School was 80.75/80.67 ,which met the 80/80 criteria, and 2) the student’s post-test score were significantly higher than the pre-test score at .05 level.

 

 

 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 

             มนุษย์ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสำหรับการติดต่อสื่อสารและศึกษาหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ผู้ที่สามารถใช้ทักษะทางภาษาได้ดีย่อมทำให้การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและทำให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในการสอนภาษาไทยโดยทั่วไปจึงมุ่งส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะทางภาษาตามที่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 (2544) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้ระบุไว้ว่า

 

“…การเรียนภาษาไทยควรเน้นสัมฤทธิผลของทักษะการเข้าใจภาษาคือ การพูด การฟัง การอ่าน และทักษะการใช้ภาษา คือการเขียน จนสามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อความคิด ความเข้าใจ แสวงหาความรู้และมีเหตุผลเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน…”

 

          โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์เป็นโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้จัดการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยภายใต้กรอบกำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 (ประถมศึกษาปีที่ 4-6)  ซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แต่จากการสำรวจความสามารถในการอ่านภาษาไทยและจากบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีที่ผ่านมาปรากฏว่าผลการเรียนยังไม่เป็นที่น่าพอใจและพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5 มีปัญหาการอ่านออกเสียง โดยเฉพาะการอ่านคำควบกล้ำ โดยเฉพาะการอ่านคำควบกล้ำ ซึ่งปัญหามีหลายลักษณะ  เช่น อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน  อ่านโดยไม่มีอักษรควบ เป็นต้นส่งผลต่อการสื่อความที่ผิดไป นอกจากนั้น นักเรียนยังมีปัญหาการเขียนสะกดคำควบกล้ำอีกด้วย  ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็จะเรื้อรังและจะกลายเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข 

 

         ภาษาไทยเป็นวิชาทักษะที่ต้องมีการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญไม่ว่าจะเป็นการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนภาษาไทยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสื่อสารกับผู้อื่น  การอ่านและการฟังเป็นทักษะของการรับรู้เรื่องราวแลประสบการณ์  การพูดและการเขียนเป็นทักษะของการแสดงออกด้วยการแสดงความคิดเห็น ความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ  การอ่านกับการพูดเป็นการใช้ทักษะทางภาษาที่แตกต่างกันแต่ก็มีส่วนที่สัมพันธ์กันอยู่ ซึ่ง  พรนิภา  ลิมปพะยอม (2548) ได้กล่าวถึงทักษะการอ่านและการพูด พอสรุปได้ว่า  “…การอ่านให้ถูกต้องทำให้พูดได้ถูกต้องการอ่านที่ชัดเจนทำให้สามารถพูดได้ชัดเจน การอ่านให้แตกฉานจะทำให้การพูดแตกฉานและการออกเสียงที่ถูกต้องจะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ…”

 

         ในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลในการดำเนินงานต่าง ๆ ในทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศึกษาของไทยมีการตื่นตัวอย่างมากในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ช่วยในการเรียนการสอนมากขึ้น การนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการศึกษาเป็นการเตรียมตัวผู้เรียนให้พร้อมที่จะออกไปมีชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการฝึกทักษะของผู้เรียนให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการศึกษาหาความรู้ต่อไป

 

          การนำคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมาช่วยในการแก้ปัญหาการเรียนการสอน เป็นสิ่งที่ยอมรับกันในกลุ่มนักการศึกษา  เพราะมีงานวิจัยจำนวนมากระบุว่า สามารถแก้ปัญหาเรื่องภูมิหลังที่แตกต่างกันของผู้เรียน ปัญหาการสอนตัวต่อตัว ปัญหาการขาดแคลนเวลา ปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ (ถนอมพร  เลาหจรัสแสง, 2541)  นอกจากนี้ยังสามารถทำเรื่องที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นทำเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อนให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น  สามารถแสดงการเคลื่อนไหว เพื่ออธิบายสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนไหวได้ดี  ใช้เสียงเพื่อประกอบคำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงหรือเลียนแบบเสียงให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจดีขึ้น  คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีข้อดีที่สามารถโต้ตอบกับผู้เรียนได้ สามารถให้ภาพเคลื่อนไหว  ตัดสินทางเลือกเมื่อผู้เรียนตอบผิดหรือถูกได้ (ยืน  ภู่สุวรรณ, 2527) นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนมากขึ้น  ซึ่งนับได้ว่าเป็นการตอบสนองนโยบาย ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ได้เป็นอย่างดี  คอมพิวเตอร์ช่วยสอนจึงเป็นสิ่งที่ให้ผลดีต่อการเรียนการสอนและสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นได้

 

         จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง การอ่าน การพูดและการเขียนคำควบกล้ำ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนที่กำลังเกิดขึ้น ประกอบกับให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนในยุคปฏิรูปการศึกษาซึ่งใช้ ปรัชญา ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญและเป็นเครื่องมือให้ครูนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยต่อไป

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 

        1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ให้ได้ตามเกณฑ์ 80/80

       2. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ก่อนและหลังจากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ

 

 

 ขอบเขตของการวิจัย 

       ประชากร

      ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์   สำนักงานเขต

 บางเขน  กรุงเทพฯ  ปีการศึกษา 2551 จำนวน 9 ห้อง ๆ ละ 40 คน รวมทั้งสิ้น 360 คน

       กลุ่มตัวอย่าง

       กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์   สำนักงานเขตบางเขน  กรุงเทพฯ   ปีการศึกษา 2551 จำนวน 1 ห้องเรียนสำหรับทดลอง จำนวน 30 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) และวิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling)

 

       วิธีการดำเนินการวิจัย 

       การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Pre-experimental Research) มีลักษณะการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน (one group pre-test/post-test design) ซึ่งผู้ทำการวิจัยได้ดำเนินการโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

       ขั้นที่ 1  ผู้วิจัยนำรายชื่อนักเรียนทั้ง 9 ห้อง รวมทั้งสิ้น 360 คน  ซึ่งแต่ละห้องมีการจัดนักเรียนออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่มโดยที่มีผลการเรียนคละกัน ได้แก่กลุ่มนักเรียนที่เรียนเก่ง  กลุ่มเรียนปานกลาง และกลุ่มเรียนอ่อน ห้องละ 40 คน

      ขั้นที่ 2  ผู้วิจัยทำการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการจับฉลากตามรายชื่อห้องตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ชั้นประถมศึกษปีที่ 5/9 โดยจับฉลากได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/7 มีนักเรียนจำนวน 40 คน

 

      ขั้นที่ 3  ผู้วิจัยนำกลุ่มตัวอย่างที่ได้ทั้ง 40 คน มาทำการสุ่มอีกครั้ง ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยการจับฉลากให้เหลือ 30 คน สำหรับใช้ทดลองหาประสิทธิภาพ และกลุ่มตัวอย่าง 10 คนที่เหลือใช้สำหรับทดลองเพื่อปรับปรุงบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบกลุ่มเล็กต่อไป

       ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการศึกษาแบบวิจัยและพัฒนา(R&D) ซึ่งมีแนวทางการศึกษาต่อไปนี้

       1. ผู้วิจัยทำการศึกษาหลักสูตรวิชาภาษาไทย เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ทั้งในความคิดรวบยอด จุดมุ่งหมายและเนื้อหา รวมถึงได้ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องและแบบฝึกหัดเรื่องคำควบกล้ำ

 

      2.  สร้างและหาประสิทธิภาพเครื่องมือในการวิจัย ซึ่งประกอบด้วย

         2.1    แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่ครอบคลุบเนื้อหาและตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่

 

กำหนดในหลักสูตร ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ โดยแบบทดสอบดังกล่าวเป็นข้อสอบที่มีความยากง่าย(p) อยู่ระหว่าง0.20-0.80 และมีค่าอำนาจจำแนก(r) ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไปและมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ(rtt) อยู่ที่ 0.87

 

1.2    บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาในขั้นตอนต่างๆ อย่างเป็น

 

ระบบและถูกต้องตามหลักการวิจัยและพัฒนาสื่อการสอนของ Borg, Gall and Morrish (Borg, Gall and Morrish อ้างถึงใน
พัชรินทร์ เวชกามา
, 2549: 6) โดยกำหนดค่าประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไว้ไม่ต่ำกว่า 80/80 โดยมีขั้นตอนการทดลองเพื่อปรับปรุงเครื่องมือและหาประสิทธิภาพ โดยทั่วไปมี 3 ขั้นตอน คือ

 

ขั้นที่1 ทำการทดลองกับผู้เรียนแบบรายบุคคลกับนักเรียนจำนวน 3 คน ( 1 ต่อ 3)

 

ใช้ทดลองเพื่อปรับปรุงเครื่องมือครั้งที่ 1

 

 ขั้นที่2 ทำการทดลองแบบกลุ่มเล็กกับผู้เรียนจำนวน 5 คน ใช้ทดลองเพื่อปรับปรุง

 

เครื่องมือครั้งที่ 2

 

ขั้นที่3 ทำการทดลองภาคสนาม เป็นการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ กับ

 

นักเรียน จำนวน 30 คน ใช้ทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพ และปรับปรุงเครื่องมือ

 

 

 

1.3    แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ

 

1.3.1       แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ซึ่ง

 

แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

 

(1)    ด้านเนื้อหาและการดำเนินเรื่อง

 

(2)    ด้านลักษณะของภาพ

 

(3)    ด้านภาษา

 

(4)    ด้านแบบทดสอบและแบบฝึกหัด

 

 

 

1.1.1        แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านด้านสื่อ

 

มัลติมีเดียและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้

 

(1)    ด้านการออกแบบระบบการเรียนการสอน

 

(2)    ด้านรูปแบบหน้าจอของบทเรียน

 

(3)    ด้านตัวอักษรและสี

 

(4)    ด้านภาพ

 

(5)    ด้านเสียง

 

(6)    ด้านเทคนิค

 

โดยใช้แบบสอบถามแบบประเมินค่า (Rating scale) 5 ระดับ ของ Likert ซึ่งได้กำหนดเกณฑ์การแปลความหมายของข้อมูล ดังนี้

 

ดีมาก                                      มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 5

 

ดี                                             มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 4

 

ปานกลาง                              มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 3

 

พอใช้                                     มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 2

 

ควรปรับปรุง                         มีค่าระดับคะแนนเท่ากับ 1

 

การกำหนดเกณฑ์ในการตัดสินคะแนนเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด, 2536)

 

คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 4.51-5.00  หมายถึง   คุณภาพอยู่ในระดับดีมาก

 

คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 3.51-4.50  หมายถึง   คุณภาพอยู่ในระดับดี

 

คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 2.51-3.50  หมายถึง   คุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง

 

คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.51-2.50  หมายถึง   คุณภาพอยู่ในระดับพอใช้

 

คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.01-1.50  หมายถึง   คุณภาพอยู่ในระดับควรปรับปรุง

 

เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดี (คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 3.51 ขึ้นไป ) จึงถือว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีคุณภาพสามารถนำไปใช้ในการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างได้

 

 

 

2.       ดำเนินการทดลองและวิเคราะห์ข้อมูลโดยนำเครื่องมือที่ผ่านขั้นตอนการพัฒนาและได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดี

 

ขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว  นำมาทดลองกับกลุ่มตัวอย่างเพื่อหาประสิทธิภาพและวิเคราะห์ผลการทดลองว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดและเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่

 

ผลการวิจัย 

 

การดำเนินการวิจัย ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกเป็นการทดลองเครื่องมือเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ส่วนที่สอง

 

เป็นการเปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของนักเรียน

 

1.   การพัฒนาเครื่องมือ

 

      1.1   พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมัลติมีเดียและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้านละ 3 ท่าน ทำการประเมินโดยผลการประเมินด้านเนื้อหารวมในทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.68 แสดงว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และผลการประเมินด้านสื่อมัลติมีเดียและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.77 แสดงว่ามีคุณภาพด้านสื่อมัลติมีเดียและโปรแกรมคอมพิวเตอร์อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทั้ง 2 ด้าน

 

     1.2   นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผ่านการประเมินทั้ง 2 ด้าน ไปดำเนินการพัฒนาตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

 

โดยนำไปทดลองกับกับนักเรียนที่เตรียมไว้จำนวน 3 ครั้ง เพื่อทดลองหาประสิทธิภาพ และปรับปรุงเครื่องมือ โดยครั้งที่ 3 ทำการทดลองภาคสนามเป็นการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่กับนักเรียน จำนวน 30 คน หาประสิทธิภาพบทเรียนโดยใช้สูตร E1/E2 จากการทดลองพบว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยรวมมีค่าเท่ากับ 80.75/80.67

 

2.  การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของนักเรียน
หลังจากปรับปรุงบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และหาประสิทธิภาพกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพ 80.67/80.67 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และนำผลคะแนนสอบก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้ไปเปรียบเทียบกัน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

 

สรุปผลการวิจัย

        จากการวิจัยเรื่องการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สามารถสรุปผลได้ ดังนี้

     1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทย

นิยมสงเคราะห์ มีประสิทธิภาพ 80.75/80.67 ซึ่งได้ตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

    2. คะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หลังจากเรียนด้วยบท

เรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำควบกล้ำ เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนทดสอบก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตาม

สมมุติฐานการวิจัย

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 06 ตุลาคม 2009 เวลา 11:30 น.
 

ระบบบริการชุดการฝึก

เรียนภาษาอังกฤษผ่านเว็บ

englishspeak1

วัน เวลา

ActivityGallery55 56

newtopic01
QA
icon1 กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อเข้าเว็บไซต์งานประกันคุณภาพ และดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ
 http://home.dsd.go.th/qasd