ประวัติความเป็นมาของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๑๑ สุราษฎร์ธานี
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงานภาค 11 สุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีในปี 2532 ตั้งอยู่เลขที่ 433 หมู่ 5 ถนนสุราษฎร์-นาสาร ตำบลขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี บนพื้นที่ดิน ที่ได้รับมอบจากนิคมขุนทะเล กรม ประชาสงเคราะห์ ประมาณ 70 ไร่ และเปิดดำเนินการในเดือนพฤษภาคม 2536
มีเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ ระนอง พังงาและภูเก็ต
ทำเนียบผู้บริหารหน่วยงาน
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๑๑ สุราษฎร์ธานี
|
ที่
|
ชื่อ - สกุล
|
ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
|
|
๑
|
นายประสงค์ อยู่ดี
|
๒๒ ม.ย. ๓๖ – ๙ ก.ค.๓๘
|
|
๒
|
นายพานิช จิตร์แจ้ง
|
๑๗ ก.ค. ๓๘ – ๑ มิ.ย.๔๑
|
|
๓
|
นายสันโดษ เต็มแสวงเลิศ
|
๒ มี.ค. ๔๑ – ๑๙ ต.ค. ๔๔
|
|
๔
|
นายสมทบ ทัพภะทัต
|
๒๒ ต.ค. ๔๔ – ๒ มี.ค. ๔๖
|
|
๕
|
นายวิชา ธีระอนุวัฒน์
|
๓ มี.ค. ๔๖ – ๓๐ ก.ย.๔๙
|
|
๖
|
นายสมบัติ ศิลาเกษ
|
๑ ต.ค. ๔๙ – ๓๐ ก.ย.๕๒
|
|
๗
|
นางมลิวัลย์ วรรณอาภา
|
๒๓ พ.ย. ๕๒ – ๒๓ ธ.ค. ๕๓
|
|
๘
|
นายประจวบ ช่วยจันทร์
|
๑๓ ม.ค. - ปัจจุบัน
|
ภารกิจและความรับผิดชอบ
1. ฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้แก่ประชากรวัยทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ให้มีความรู้ความสามารถทักษะฝีมือและมีทัศนคติที่ดี ที่พร้อมจะทำงานในฐานะ แรงงานฝีมือระดับต้น
2. ฝึกยกระดับฝีมือให้กับแรงงานที่ทำงานอยู่แล้วในตลาดแรงงาน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะฝีมือให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสอดคล้องตามความต้องการของตลาดแรงงาน
3. ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ในสาขาช่างต่างๆ
4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาครัฐและเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงาน
5. การจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติระดับภาค โดยประสานภาครัฐ เอกชน จัดการแข่งขันฝีมือแรงงาน ทุก 2 ปี เพื่อส่งผู้ชนะเลิศเข้าแข่งขันฝีมือแรงงานระดับชาติ และ นานาชาติต่อไป เป็นการสร้างส่งและยกระดับฝีมือแรงงาน ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล
ข้อมูลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
1. คำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี
“เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ”
2. ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของภาคใต้ตอนบน ห่างจากรุงเทพมหานคร ประมาณ 645 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 12,891.4 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดมีเนื้อที่มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีเนื้อที่มากที่สุดในภาคใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดชุมพรและอ่าวไทย
- ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและกระบี่
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพังงาและระนอง
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทยและจังหวัดนครศรีธรรมราช
3. ประชากรและเขตการปกครอง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีประชากร จำนวน 939,731 คน (ณ วันที่ 21 มกราคม 2547) แบ่งการปกครองเป็น 18 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ 131 ตำบล 1,054 หมู่บ้าน มีหน่วยการปกครองท้องถิ่น 3 รูปแบบ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 21 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 119 แห่ง
4. โครงสร้างทางเศรษฐกิจ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี (GDP) ณ ราคาตลาดปี 2544 มีมูลค่า 53,593 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยของประชากรปี 2544 Percapita GPP จำนวน 59,547 บาท/คน/ปี ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ เช่น เงาะโรงเรียน และมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่สำคัญได้แก่ กุ้งกุลาดำ หอยนางรม หอยแครง และเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทางด้านการท่องเที่ยว มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา หาดทรายและเกาะแก่งต่างๆ
5. ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีงบประมาณ 2547
1. วิสัยทัศน์ของจังหวัด (Vision)
“มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า ศูนย์กลางการเกษตรครบวงจร และผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค”
2. เป้าประสงค์ของจังหวัด (Goals)
1. สร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสมดุลและกระจายการพัฒนาอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาระบบการเกษตรครบวงจรตั้งแต่การผลิตสินค้าคุณภาพ คือการแปรรูปการตลาดและการส่งออก
3. ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดให้มีมาตรฐานคุณภาพและยั่งยืน
4. พัฒนาระบบการคมนาคมและการขนส่งรถไฟและ (ระบบยานยนต์และระบบราง) ทางน้ำ เชื่อมโยงครอบคลุมภูมิภาคใกล้เคียง
5. บริหารภายใต้อุดมการณ์และภารกิจหลักของการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ
3. ประเด็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด (Strategic Issues)
ยุทธศาสตร์จังหวัดที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด
- การเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า
- ศูนย์กลางการเกษตรครบวงจร
- มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ของจังหวัด (Strategies)
1. ศูนย์กลางการขนส่ง
1.1 การพัฒนาท่าเรือฝั่งอ่าวไทย
1.2 การปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมขนส่งสินค้าทางรถไฟและทางน้ำ
2. ศูนย์กลางการเกษตรครบวงจร
2.1 พัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย
3. ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
3.1การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
3.2 การพัฒนาบริการและบุคลากร
|