การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
หลักเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ กรม
พัฒนาฝีมือแรงงาน

ตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2536

         การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เริ่มจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย และ เครื่องราชอิสริยาภรณอันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกสลับกัน
          การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอปีติดกันมิได้

         คุณสมบัติ

          1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย
          2) เป็นผู้ประพฤติดีและปฏิบัติงานราชการหรือปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วยความอุตสาหะ ซื่อสัตย์
และเอาใจใส่ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง และ
          3) เป็นผู้ไม่เคยมีพระบรมราชนุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือ ความผิดลหุโทษ

          เริ่มต้นการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ข้าราชการ

         1. การขอพระราชทานครั้งแรกจะต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและต้องรับราชการ
มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับแต่วันเริ่มเข้ารับราชการจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม ของปี

         2. ต้องเป็นข้าราชการระดับ 2 ขึ้นไป

ระดับ 2
ขอได้ บ.ม.
ระดับ 2 ครบ 5ปี
 ขอได้ บ.ช.
ระดับ 3
ขอได้ จ.ม.
ระดับ 3 - 4 หรือ ระดับ 3 ครบ 5 ปี
ขอได้ จ.ช.
ระดับ 5
ขอได้ ต.ม.
ระดับ 5 - 6 หรือ ระดับ 5 ครบ 5 ปี
ขอได้ ต.ช.
ระดับ 7
ขอได้ ท.ม.
ระดับ 7 - 8 หรือ ระดับ 7 ครบ 5 ปี
ขอได้ ท.ช.

         การนับระยะเวลารับราชการเพื่อการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กรณี ข้าราชการ
ลาออกแล้วได้รับการบรรจุกลับเข้ารับราชการ สามารถนับระยะเวลาต่อจากระยะเวลาก่อนลาออกจาก
ราชการได้

         หลักเกณฑ์การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย

         
1. ต้องได้รับเงินเดือนตามบัญชีที่กำหนดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสนอขอ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย พ.ศ.2536 ซึ่งปี 2547 นี้ จะต้องมีเงินเดือนถึงขั้น 42,170.- บาท
2. ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชา เช่น ผู้อำนวยการกอง สหกรณ์จังหวัด
3. ได้ ท.ช.มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ จึงขอ ป.ม.ได้
4. ให้ขอได้ในปีก่อนเกษียณอายุราชการหรือในปีที่เกษียณอายุราชการเท่านั้น


1. ได้ ท.ช.มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ม.
2. ได้ ป.ม.มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ช.
3. ได้ ป.ช.มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม.
4. ในปีที่เกษียณอายุราชการให้ขอสูงขึ้นอีก 1 ชั้นตรา แต่ไม่เกิน ป.ช.ยกเว้นกรณีลาออกขอไม่ได้


1. ให้เลื่อนชั้นตราได้ตามลำดับทุกปี จนถึงชั้น ป.ม.
2. ได้ ป.ม.มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ป.ช.
3. ได้ ป.ช.มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ว.ม.
4. ได้ ม.ว.ม.มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ขอ ม.ป.ช.
5. ในปีที่เกษียณอายุราชการ ให้ขอได้สูงขึ้นอีก 1 ชั้นตรา แต่ไม่เกิน ม.ว.ม.

         เหรียญจักรพรรดิมาลา

         1. รับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 25 ปี นับแต่เริ่มรับราชการ
เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม ของปีที่จะขอพระราชทาน โดยจัดทำประวัติ
การรับราชการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันตามแบบ คนละ 3 ชุด

         2. การพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา พระราชทานเป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อผู้ได้รับ
พระราชทานวายชนม์ ให้ทายาทโดยธรรม รักษาไว้เป็นที่ระลึก แต่ถ้าผู้ได้รับพระราชทานก็ดี
ทายาทโดยธรรมก็ดี ประพฤติตนไม่สมเกียรติ อาจทรงเรียกคืนได้ ถ้าส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใดๆ
ภายในกำหนดสามสิบวันจะต้องใช้ราคาเหรียญนั้น

         3. ข้าราชการผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ แต่ต้องพ้นจากราชการเพราะครบ
เกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการในปีที่จะเสนอขอพระราชทาน สามารถเสนอขอพระราชทาน
เหรียญจักรพรรดิมาลาได้ในปีที่เกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการ

         หลักเกณฑ์การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ลูกจ้างประจำ

         1. ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ นับแต่วันเริ่มจ้างจนถึง
วันที่ 5 ตุลาคม ของปี
         2. เป็นลูกจ้างประจำที่มีชื่อและลักษณะงานเป็นลูกจ้างโดยตรงหมวดฝีมือ หรือ ลูกจ้างประจำ
ที่มีชื่อและลักษณะเหมือนข้าราชการ

ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำของข้าราชการระดับ 3
ขอได้ บ.ม.
ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำของข้าราชการระดับ 6หรือได้ บ.ม. ครบ 5 ปี บริบูรณ์
ขอได้ บ.ช.
ได้รับชั้น บ.ช. ครบ 5 ปีบริบูรณ์
ขอได้ จ.ม
เป็นผู้เริ่มต้นขอชั้น บ.ช. และได้ชั้น จ.ม ครบ 5 ปีบริบูรณ์
ขอได้ จ.ช.

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดิเรกคุณาภรณ์
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2538

         การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ดิเรกคุณาภรณ์ให้เริ่มต้นขอจากชั้นที่ 7 เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์
และให้เสนอขอพระราชทานในชั้นสูงขึ้นหนึ่งชั้นตราตามลำดับ

         คุณสมบัติ

         1. มีความประพฤติดี
          2. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
          3. ไม่เคยถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามกฎหมายนี้ หรือตามกฎหมายอื่น เว้นแต่
เป็นการต้องส่งคืนเนื่องจากได้รับพระราชทานในชั้นสูงขึ้น

         การกระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ ศาสนา และประชาชน
แยกได้เป็น 2 ประเภท คือ

         1. การกระทำความดีความชอบ ที่มีผลงานอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ ศาสนาและ
ประชาชน
         2. การกระทำความดีความชอบที่เป็นการบริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณะประโยชน์
กรณีผลงาน มีลักษณะดังนี้

         1. มีผลงานดีเด่นหรือเป็นแบบอย่างอันควรแก่การสรรเสริญ หรือ
          2. เป็นการกระทำที่ฝ่าอันตรายหรือเสี่ยงภัยเพื่อปกป้องชีวิตหรือทรัพย์สิน อันเป็น
ประโยชน์ต่อสังคม หรือประเทศ

         กรณีบริจาคทรัพย์สิน มีลักษณะดังนี้

         1. เป็นการบริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณะประโยชน์ เช่น เพื่อการศาสนา การศึกษา
การสาธารณสุข การแพทย์ การพัฒนาชุมชน การสังคมสงเคราะห์ หรือความมั่นคง
ของชาติ และ
         2. ทรัพย์สินที่บริจาคต้องเป็นของผู้บริจาคหรือผู้บริจาคมีสิทธิบริจาคได้ในนามของตน

         ผลงานการกระทำความดีความชอบที่มีลักษณะเป็นการสาธารณะประโยชน์

         1. ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มหรือพวก หรือหมู่คณะ
         2. ไม่เกิดประโยชน์กับตนเองอย่างเห็นได้ชัด
         3. ไม่มีลักษณะเป็นเชิงการค้า ธุรกิจ หรือได้รับผลตอบแทนจากผลงานนั้น ๆ


         แนวทางการพิจารณาเสนอขอพระราชทานดิเรกคุณาภรณ์

         กรณีบริจาคทรัพย์สิน
          1. เป็นทรัพย์สินของผู้บริจาคหรือสามารถบริจาคในนามของตน การบริจาคในนามบริษัท
ห้างร้านฯ ไม่ให้นำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการเสนอขอพระราชทาน
         2. การบริจาคทรัพย์สินเพื่อการศาสนา สถานประกอบศาสนกิจต้องแสดงหลักฐาน
ประกอบว่า นำทรัพย์สินไปใช้และก่อให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณะอย่างใด
         3. ผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองแสดงรายการการบริจาคทรัพย์สินต้องลงนาม
รับรองด้วยตนเอง โดยไม่มอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการ

บัญชีแสดงจำนวนมูลค่าของทรัพย์สินที่เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(บัญชีที่ 1 ท้ายพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2538)

ลำดับ มูลค่าของทรัพย์สิน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่เสนอขอพระราชทาน

ชั้นที่ 7 100,000 บาท ขึ้นไป เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ ( ร. ง. ภ. )
ชั้นที่ 6 200,000 บาท ขึ้นไป เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ ( ร. ท. ภ. )
ชั้นที่ 5 500,000 บาท ขึ้นไป เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ ( บ. ภ. )
ชั้นที่ 4 1,500,000 บาท ขึ้นไป จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ ( จ. ภ. )
ชั้นที่ 3 6,000,000 บาท ขึ้นไป ตติยดิเรกคุณาภรณ์ ( ต. ภ. )
ชั้นที่ 2 14,000,000 บาท ขึ้นไป ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ( ท. ภ. )
ชั้นที่ 1 30,000,000 บาท ขึ้นไป ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ( ป. ภ. )

หลักเกณฑ์
การพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์
ให้แก่ผู้นำนิติบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งกระทำความดีความชอบ
กรณีมีผลงานในการผลักดันให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคลบริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน

         1. ผู้นำนิติบุคคลใดคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งได้กระทำความดีความชอบโดยเป็นผู้มีบทบาทหรือส่วนสำคัญในการสนับสนุน หรือผลักดันให้นิติบุคคลบริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์
          2. ในกรณีเป็นผู้นำคณะบุคคลซึ่งจัดกิจกรรมเป็นการเฉพาะกิจและมีรายได้หรือทรัพย์สินบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์
          3. การกระทำความดีความชอบในกรณีบริจาคทรัพย์สิน นิติบุคคลหรือผู้นำนิติบุคคลนั้นต้องไม่ได้รับ ประโยชน์โดยชัดแจ้ง
ทั้งในทางตรงและทางอ้อมเกี่ยวเนื่องจากการบริจาคทรัพย์สินนั้น
          4. ทรัพย์สินที่บริจาคให้แก่ราชการ ในกรณีที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการบริจาคตาม กฎหมาย
ให้ผู้บริจาคเป็นผู้รับภาระในส่วนนี้
          5. ทรัพย์สินที่บริจาคให้แก่ราชการ ต้องเป็นทรัพย์สินที่เห็นได้ว่าสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะได้
          6. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นใดตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 1 หรือ 2 ให้พิจารณาตามจำนวนเงินหรือ
มูลค่าของทรัพย์สินที่บริจาค โดยการเสนอขอแต่ละชั้นตราต้องมีรายการบริจาคทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 3 เท่าของการบริจาคทรัพย์สิน ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีที่ 1 ท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2538

หลักเกณฑ์การจ่ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ กรม
พัฒนาฝีมือแรงงาน

         1. จ่ายให้ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามลำดับปีที่พระราชทานก่อนหลัง โดยพิจารณา จากรายชื่อในประกาศราชกิจจานุเบกษา เรียงลำดับตามอักษร บุรุษและสตรี ตามลำดับชั้นตรา และจำนวนที่ได้รับจัดสรรมา
         2. กองการเจ้าหน้าที่ จะทำหนังสือแจ้งผู้ที่มีสิทธิได้รับพระราชทานโดยตรง ถ้าไม่มารับภายในเวลา ที่กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์ จะดำเนินการเรียกผู้มีสิทธิในลำดับถัดไป
         3. หากมอบให้ผู้อื่นรับแทน จะต้องจัดทำแบบบัญชีรายชื่อผู้ที่รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แบบที่ 2 พร้อมทั้ง ลงลายมือชื่อจริง จำนวน 3 ฉบับ
         4. ผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงขึ้น (รวมเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์) ต้องคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นรองในตระกูลเดียวกัน โดยให้นำมาคืนในวันที่มารับเครื่องราช ฯ หรือชดใช้เงินแทนราคาตามบัญชี มิฉะนั้นจะไม่จ่ายเครื่องราชฯ ในชั้นสูงขึ้นที่ได้รับใหม่
         5. กรณีผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์วายชนม์ ต้องคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา ยกเว้น เหรียญจักรพรรดิมาลา หากไม่สามารถคืนได้ต้องชดใช้เงินแทนราคาตามบัญชี
          6. การจ่ายใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะรวบรวมเป็นรายจังหวัดและแจ้งให้จังหวัดส่งตัวแทนมารับเพื่อ
นำไปแจกให้แก่ข้าราชการ   และลูกจ้างประจำต่อไป

หมายเหตุ   บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะปรับราคาตามที่ได้รับแจ้งจากสำนัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

         กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน   เป็นผู้ดำเนินการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่ ข้าราชการ
และลูกจ้างประจำ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

         1. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ทั้งในระดับกรมและกระทรวง
         2. ประวัติการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา กองการเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการจัดทำ และส่งให้ข้าราชการ
ผู้มีสิทธิเสนอขอพระราชทาน ตรวจสอบความถูกต้อง และส่งคืนกองการเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการต่อ
        3. ประวัติการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา ซึ่งไม่รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ต้องมีเหตุผลสมควร
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมติคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติและกลั่นกรองความดีความชอบตามที่กำหนดในระเบียบ
        4. ผู้ที่ถูกลงโทษทางวินัยปีใด (ยกเว้นภาคทัณฑ์) จะเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ในปีถัดไป
ยกเว้น การเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาไม่สามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นนี้ได้

        ยกเว้น     การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่
ผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์ หรือ ผู้นำนิติบุคคล หรือ คณะบุคคล ซึ่งกระทำความดี ความชอบ
กรณีมีผลงานในการผลักดันให้นิติบุคคลหรือคณะบุคคล บริจาคทรัพย์สินเพื่อสาธารณะประโยชน์แก่หน่วยงาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบจัดทำเอกสารการขอพระราชทานตามระเบียบ ฯ
ส่งกรม ฯ ภายในเวลาที่ได้รับแจ้ง

        (หากมีข้อสงสัยประการใดให้ติดต่อฝ่ายทะเบียนและประวัติ ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
โทร.0-2247-6604
)