พ.ร.บ.ส่งเสริมฯ

 

 

 

พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545

 
สี่เหลี่ยมมุมมน: สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545

 


ความเป็นมา

                                พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.. 2545 เกิดขึ้นจากความต้องการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ..2537 เพื่อให้นายจ้างหรือสถานประกอบกิจการมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานมากยิ่งขึ้น และให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงาน

หลักการและเหตุผล

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มากยิ่งขึ้น  โดยการใช้มาตรการจูงใจด้านการยกเว้นและลดหย่อนภาษีอากร  รวมทั้งการให้สิทธิ  และประโยชน์     ในด้านต่าง ๆ โดยปรับปรุงสิทธิและประโยชน์ในกรณีที่นายจ้างและสถานประกอบกิจการ  ดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้กับบุคคลที่จะรับเข้าทำงานและลูกจ้างของตนเองให้มีความเหมาะสมและเพิ่มมากยิ่งขึ้น และให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน  นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีการส่งเสริมในเรื่องมาตรฐานฝีมือแรงงาน

การบังคับใช้

พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.. 2545 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม  119   ตอนที่  98 / 1 วันที่  1  ตุลาคม  2545   มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่            วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29  มกราคม  2546

เนื้อหา

พระราชบัญญัติฉบับนี้  มีเนื้อหาทั้งหมด  9  หมวด  ดังนี้

                                                หมวด       1         การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน

                                                หมวด       2         มาตรฐานฝีมือแรงงาน

                                                หมวด       3         กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

                                                หมวด       4         สิทธิและประโยชน์ของผู้ดำเนินการฝึก

หมวด       5         คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

                                                หมวด       6         นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่

                                                หมวด       7         การเพิกถอนการเป็นผู้ดำเนินการฝึก  การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต

                                                หมวด       8         การอุทธรณ์

                                                หมวด       9         บทกำหนดโทษ

  สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน  พ.ศ.2545 ตามลำดับ                   ความเชื่อมโยงดังนี้

1.              การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน

1.1  ประเภทของการฝึก   แบ่ออกเป็น  3  ประเภทได้แก่

(1)            การฝึกเตรียมเข้าทำงาน  หมายถึงการที่ผู้ประกอบกิจการจัดให้บุคคลทั่วไปได้ฝึกอบรม         ฝีมือแรงงานก่อนเข้าทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน

(2)            การฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน  หมายถึง การที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้าง  จัดให้       ลูกจ้าง ได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพที่ลูกจ้างได้ปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ  เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้   ความสามารถ  และทักษะในสาขาอาชีพนั้นสูงขึ้น

(3)            การฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ  หมายถึง การที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้าง   จัดให้           ลูกจ้างได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพอื่นที่ลูกจ้างมิได้ปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้   ความสามารถที่จะทำงานในสาขาอาชีพอื่นนั้นได้ด้วย

การฝึกอบรมทั้ง  3  ประเภท  ดังกล่าว หากนายจ้างหรือสถานประกอบกิจการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และหน้าที่การเป็นผู้ดำเนินการฝึกตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด

1.2  หลักเกณฑ์และหน้าที่ของผู้ดำเนินการฝึก

 กรณีการฝึกเตรียมเข้าทำงาน

(1)           ต้องจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกตามสาขาอาชีพที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด    เสนอต่อนายทะเบียน (อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย) เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนการดำเนินการฝึก

(2)           จัดให้มีข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการฝึก

(3)           ทำสัญญาการฝึก  เป็นหนังสือกับผู้รับการฝึก

(4)          ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับการฝึก ที่รัฐมนตรีกำหนดในเรื่องกำหนด  วัน  เวลาฝึก  เวลาพัก  วันหยุด  วันลา  เบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการเป็นต้น

(5)           จัดทำทะเบียนประวัติผู้รับการฝึกไว้เป็นหลักฐาน

(6)           ออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้รับการฝึกที่สำเร็จการฝึก  ภายใน 15  วัน แล้วแจ้งให้นายทะเบียนทราบ

(7)           ห้ามเรียกหรือรับเงินค่าฝึก หรือค่าตอบแทนในลักษณะใดๆ จากผู้รับการฝึก

นอกจากการฝึกบุคคลทั่วไปเพื่อเตรียมเข้าทำงานแล้ว ผู้ดำเนินการฝึกอาจรับ นักเรียน นิสิต  หรือ       นักศึกษา  มาฝึกตามหลักสูตรของสถานศึกษา   หรือหลักสูตรของผู้ดำเนินการฝึก   หรือหลักสูตร    ที่สถานศึกษากับ     ผู้ดำเนินการฝึกร่วมกันจัดทำขึ้นก็ได้  นอกจากนี้ให้ รวมถึงกรณีที่ทางราชการส่งบุคคล  มาฝึกกับผู้ดำเนินการฝึกด้วย โดยผู้ดำเนินการฝึกจะต้องส่งหลักสูตรไปให้นายทะเบียนก่อนเริ่มดำเนินการฝึก และมีหน้าที่เช่นเดียวกับการดำเนินการฝึกเตรียมเข้าทำงาน รวมทั้งจะได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกันด้วย

กรณีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ

(1)           ให้นายจ้างจัดส่งหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่ายในการฝึก  เสนอต่อนายทะเบียนเพื่อให้ความเห็นชอบ

(2)           ผู้ดำเนินการฝึกซึ่งเป็นนายจ้างและผู้รับการฝึกซึ่งเป็นลูกจ้างยังมีหน้าที่ต่อกัน  ตามกฎหมาย  ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ในเรื่องต่างๆ เช่น การจ่ายค่าจ้าง  สัญญาจ้าง  ข้อบังคับ       เกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง  เป็นต้น

(3)           หากการฝึกเกิดจากการร้องขอของลูกจ้าง และมีข้อตกลงเป็นหนังสือ  ถ้าฝึกนอกเวลาปกติหรือในวันหยุด  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างในเวลาทำงานปกติ ตามจำนวนชั่วโมงที่ฝึก

ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ทั้ง 3 ประเภท  ในกรณีผู้ดำเนินการฝึกเป็นผู้ฝึกอบรมเอง    ผู้ดำเนินการฝึกอาจดำเนินการฝึกในหน่วยประกอบกิจการ หรือดำเนินการฝึกในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่จัดตั้งขึ้นโดยแยก       สัดส่วนออกจากหน่วยประกอบกิจการและต้องได้รับการอนุญาตจากนายทะเบียน  ซึ่งในกรณีการฝึกอบรมในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ผู้ดำเนินการฝึกจะได้รับสิทธิและประโยชน์เพิ่มมากขึ้นกว่าการฝึกกรณีปกติ

  กรณีผู้ดำเนินการฝึกไม่ได้ฝึกอบรมเอง ผู้ดำเนินการฝึกอาจส่งผู้รับการฝึกไปฝึกในสถานศึกษา หรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานของทางราชการ หรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานอื่นที่นายทะเบียนเห็นชอบก็ได้  โดย         ผู้ดำเนินการฝึกต้องส่งหลักสูตรและรายการค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้    ผู้ดำเนินการฝึกจะได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับกรณีดำเนิน การฝึกเอง

กรณีที่ผู้ดำเนินการฝึกโอนการประกอบกิจการ ให้ผู้ดำเนินการฝึกแจ้งเป็นหนังสือ  ให้นายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

-          ถ้าผู้รับโอนจะดำเนินการฝึกต่อไป ให้จดแจ้งการเปลี่ยนแปลงและถือว่าผู้รับโอนเป็น                 ผู้ดำเนินการฝึกมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้โอน

-       ถ้าผู้รับโอนไม่ดำเนินการฝึกต่อไป  ให้นายทะเบียนดำเนินการให้ผู้รับการฝึกซึ่งค้าง    การฝึกไปรับการฝึกกับผู้ดำเนินการฝึกรายอื่นหรือสถานฝึกอาชีพของทางราชการ  โดยผู้โอนต้องรับผิดชอบ    ค่าใช้จ่าย

กรณีผู้ดำเนินการฝึกเลิกกิจการหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นจนไม่สามารถดำเนินการฝึกได้อีกต่อไป   ให้แจ้งนายทะเบียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า   15   วัน  ก่อนเลิกประกอบกิจการหรือไม่สามารถดำเนินการฝึกได้   แล้วแต่กรณี

                                                - ถ้าผู้รับการฝึกซึ่งค้างการฝึกเป็นผู้รับการฝึกเตรียมเข้าทำงาน ให้นำเรื่องการโอนกรณี            ผู้รับโอนไม่ได้ดำเนินการฝึกต่อไปมาใช้บังคับคือ ผู้ดำเนินการฝึกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งผู้รับการฝึกไปฝึก   ที่อื่น เว้นแต่คณะกรรมการเห็นสมควรอาจยกเว้นให้ผู้ดำเนินการฝึกไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก็ได้

2.              สิทธิและประโยชน์ของผู้ดำเนินการฝึก

เมื่อผู้ดำเนินการฝึกได้ดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว           ผู้ดำเนินการฝึกจะได้รับสิทธิและประโยชน์ดังนี้

                                กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกทั่วไป

(1)  มีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานเป็นจำนวนร้อยละร้อยตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548

(2)  มีสิทธินำคนต่างด้าว ซึ่งเป็นช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการเพื่อเป็นครูฝึกเข้ามาในราชอาณาจักร

(3)  ได้รับคำปรึกษาแนะนำและความช่วยเหลือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในด้านต่างๆ

(4)  มีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

(5)  ได้รับยกเว้นจากกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน (เฉพาะกรณีฝึกเตรียมเข้าทำงาน)

(6)  ได้รับยกเว้นจากกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ (เฉพาะกรณีฝึกเตรียมเข้าทำงาน)

(7)  สิทธิและประโยชน์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกที่มีศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน

(1)  มีสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับกรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกทั่วไป ( ข้อ (1) - (7) )

(2)  มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์    ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ฝึกอบรมในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน

(3)  มีสิทธิได้รับการหักค่าไฟฟ้าและค่าประปาเป็นจำนวน 2 เท่า ของค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีเงินได้

(4)  มีสิทธิและประโยชน์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

3.  มาตรฐานฝีมือแรงงาน 

มาตรฐานฝีมือแรงงาน หมายถึง ข้อกำหนดทางวิชาการที่ใช้เป็นเกณฑ์วัดระดับฝีมือแรงงาน  ความรู้ความสามารถ และทัศนคติในการทำงานของผู้ประกอบอาชีพในสาขาต่างๆ ตาม         พระราชบัญญัตินี้

(1)  มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

ให้คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ           ในสาขาอาชีพต่างๆ  แล้วเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  ให้ความเห็นชอบและนำมาตรฐานฝีมือแรงงานดังกล่าว  ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว  ไปใช้ในการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานได้ โดยมีผู้มีสิทธิจัดให้มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ดังนี้

1)       กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งนอกจากจะทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานเองแล้ว   ยังมีหน้าที่ส่งเสริมให้มีผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานด้วย

2)      ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน  ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและ  ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานโดยผู้ทดสอบซึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติทั้งสองกรณีสามารถเรียกเก็บค่าทดสอบจากผู้เข้ารับการทดสอบได้ไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

(2)            มาตรฐานฝีมือแรงงานของตนเอง

พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้บุคคลทั่วไป ที่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนเอง            ยื่นคำขอให้คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนและนำไปใช้ทดสอบได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ  และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

4.  กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนา       ฝีมือแรงงาน

ที่มาของกองทุน

(1)       เงินที่โอนมาจากเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีและดำเนินการบริหารกองทุนตามระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วยกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2539 

(2)       เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้

(3)       เงินสมทบที่ผู้ประกอบกิจการส่งเข้ากองทุน

(4)      เงินและหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้กองทุน

(5)       ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุน

(6)       เงินและหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนนอกจาก (1) ถึง (5) ที่กองทุนได้รับไม่ว่ากรณีใด

เงินสมทบที่ผู้ประกอบกิจการส่งเข้ากองทุน

พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการในประเภท ชนิด ขนาด และ มีจำนวนลูกจ้างตามที่กำหนดไว้ ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราไม่เกินร้อยละหนึ่งของค่าจ้างที่ผู้ประกอบกิจการจ่ายในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการส่งเงินสมทบตามที่กำหนด   เว้นแต่เป็นผู้ซึ่ง จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานได้ครบตามจำนวนที่กำหนด

ได้มีประกาศกระทรวงแรงงานกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการประเภทอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือธุรกิจ  อย่างอื่นซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปทุกท้องที่  ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ในอัตราร้อยละ 1  ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ  เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด

การเก็บรักษาเงินกองทุน

พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้บัญญัติให้การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหาร            กองทุน เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวง     การคลัง และกำหนดให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีหน้าที่เก็บรักษาเงินกองทุนและดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุน

การใช้จ่ายเงินกองทุน

เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้

(1)   ให้ผู้รับการฝึกกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการเข้ารับการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน

(2)     ให้ผู้ดำเนินการฝึกกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน

(3)  ให้ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน

(4)  ให้ผู้ประกอบกิจการกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือ             การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน

(5)   ช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใดๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

(6)   ใช้จ่ายในการบริหารกองทุน

5.  คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

                                    พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน  17 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ   9  คน  ผู้แทนจากภาคเอกชน  4  คน   และกรรมการอื่นจำนวน  4 คน  ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทางด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี  จำนวน 2  คนและจากผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละ  1 คน  โดยมี         ปลัดกระทรวง แรงงาน เป็นประธาน  และอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงานและกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ตลอดจนเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรี รวมทั้งดำเนินการในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพต่างๆ กำหนด  หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งเสริมในเรื่องมาตรฐานฝีมือแรงงาน การแข่งขันฝีมือแรงงาน  การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน และศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน       ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการใช้ทรัพยากรร่วมกันตลอดจนติดตามผลการพัฒนาฝีมือแรงงาน

6.  การควบคุม

     พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้มีนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล ควบคุมเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีอำนาจเข้าไปในสถานที่ฝึกศูนย์ฝึกอบรม   ฝีมือแรงงาน ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือสถานประกอบกิจการในระหว่างเวลา    ทำการ เพื่อตรวจตราและให้คำแนะนำ รวมทั้งมีหนังสือเรียกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา

                                     กรณีผู้ดำเนินการฝึกหรือผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติ  ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติฉบับนี้  หรือกฎหมายที่ออกตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้อง ในกรณีผู้ดำเนินการฝึก        นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนการเป็นผู้ดำเนินการฝึกได้ ในกรณีผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานนายทะเบียน   มีอำนาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้   ทั้งนี้ผู้ดำเนินการฝึกที่ถูกสั่งเพิกถอนการเป็นผู้ดำเนินการฝึกหรือผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานได้

 

 


Copyright (c) 2008 My Company. All rights reserved.

mattra_806@hotmail.com